โดยปกติแล้วเด็กทารกมักจะเกิดอาการท้องเสียอยู่บ้าง แต่อาการท้องเสียในเด็กทารกจะต้องดูให้ดี เพราะบางครั้งเด็กกินนมแม่ก็มักจะถ่ายบ่อย และถ่ายเหลว แต่นั่นจะเป็นอุจจาระเป็นเนื้อดี ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความอันตราย และไม่เรียกว่าเป็นท้องเสียนั่นเอง แต่อาการท้องเสียจะมีอาการเฉพาะที่สามารถดูได้อย่างง่ายดาย แถมยังเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่า อาการท้องเสียของเด็กทารกเป็นอย่างไร และเกิดขึ้นจากสาเหตุใดได้บ้าง
อาการท้องเสียคืออะไร
อาการท้องเสีย หรืออุจจาระร่วงนั้น จะเป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบขับถ่าย โดยปกติแล้วอาการท้องเสียมักจะถ่ายเป็นน้ำเหลว และบางครั้งอาจจะมีมูกเลือดร่วมด้วย ซึ่งอาการท้องเสียส่วนใหญ่แล้ว มักจะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อทางเดินอาหาร หรือเกิดจากภาวะอาหารเป็นพิษ ที่เรารับประทานอาหารที่มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง แต่อาการท้องเสียในทารกจะต้องสังเกตให้ดี หากปล่อยเอาไว้นานอาจจะก่อให้เกิดความอันตรายได้นั่นเอง
ทารกท้องเสีย มีวิธีสังเกตอย่างไรบ้าง
สำหรับวิธีดูอาการของเด็กทารกท้องเสียนั้น จะต้องบอกเลยว่ามีวิธีสังเกตได้อย่างง่ายดาย เพราะปกติแล้วหากเด็กทารกท้องเสีย มักจะมีอาการที่ไม่ร่าเริง ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน งอแง ปวดท้อง หรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น และนอกจากนี้เด็กบางคนอาจจะมีอาการไข้อ่อน ๆ และอาเจียนร่วมด้วย
ท้องเสียในทารก เกิดจากสาเหตุใด
ด้วยความที่เด็กทารกยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และยังไม่สามารถรับประทานอาหารประเภทอื่น ๆ นอกจากนมแม่ได้ ดังนั้นจึงทำให้พ่อแม่หลาย ๆ คนสงสัยว่าอาการท้องเสียในทารกเกิดขึ้นจากสาเหตุใด แต่ด้วยความที่เด็กทารกยังมีภูมิต้านทางที่ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้เด็กทารกท้องเสียได้ง่าย และสาเหตุที่ทำให้ทารกท้องเสียกว่า 70% นั้น จะเกิดขึ้นจากการที่เด็กได้รับเชื้อโรคเข้าไปทางร่างกายผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างเช่น
- ทารกได้รับเชื้อโรคเข้าไปทางปาก ด้วยการรับประทานอาหาร หรือการดื่มนมผสมที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
- การอมของเล่นที่มีเชื้อโรค หรือการหยิบจับเอาของเล่นเข้าปาก โดยที่ของเล่นมีความสกปรก หรือมีเชื้อโรค และเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อน
- สาเหตุจากมือของเด็กเอง ที่มีการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ หรือมีการเปื้อนเชื้อโรคตอนคลานเล่น เป็นต้น
การรักษาอาการท้องเสียในวัยเด็กทารก พ่อแม่ควรสังเกตอาการของลูกอยู่ตลอดเวลา หากอาการทรงตัวไม่มีอาการแทรกซ้อน ก็ปล่อยให้เด็กท้องเสียไปจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสีย หรือเชื้อโรคต่าง ๆ ออกมาทางอุจจาระ แต่หากอาการของเด็กแย่ลง หรือไม่ดีขึ้นเลย ก็อาจจะต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ร่วมด้วยนั่นเอง
