Paul Mesner Puppets Kids แนะนำวิธีการสร้างอารมณ์ขันให้แก่เด็ก เพื่อเพิ่ม EQ ให้แก่ลูกน้อย

แนะนำวิธีการสร้างอารมณ์ขันให้แก่เด็ก เพื่อเพิ่ม EQ ให้แก่ลูกน้อย

เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนจะต้องชื่นชอบ และอยากให้ลูกน้อยมีอารมณ์ขัน หรือมีอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาอย่างแน่นอน และผลวิจัยเกี่ยวกับอารมณ์ของเด็กได้พบว่า เด็กที่ชอบยิ้ม หัวเราะ และมีอารมณ์ดี จะมีแนวโน้มว่าเมื่อโตขึ้นจะเป็นเด็กที่มี EQ สูง เพราะรู้จักแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม และมีความสุขอยู่เสมอ เนื่องจากเซลล์ประสาทของเด็กจะแตกแขนงและเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเก็บบันทึกช่วงเวลาแห่งความสุขเหล่านี้เอาไว้เพื่อเป็นความทรงจำ และเป็นจิตใต้สำนึกเอาไว้ตลอดชีวิตนั่นเอง

สร้างอารมณ์ขันให้ลูกน้อย มีวิธีอย่างไรบ้าง

สำหรับบ้านไหนที่มีลูกน้อยอายุประมาณ 1-3 ปี โดยปกติแล้วเด็กในวัยนี้จะสามารถหัวเราะได้ง่าย อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพียงแต่พ่อแม่ทุกคนจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด พยายามทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้ลูกมีอารมณ์ดีอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกไม่เครียด ซึ่งวิธีการสร้างอารมณ์ขันให้แก่ลูกสามารถทำได้ไม่ยาก โดยจะมีวิธีดังนี้

  • เล่นกับลูกอยู่เสมอ: การเล่นกับลูกจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ลูกมีอารมณ์ดี อย่างเช่น การเล่นปูไต่ สมมุติว่ามือของพ่อแม่เป็นปู และใช้นิ้วไต่ไปตามตัวของลูก อาจจะไปหยุดเพื่อจี้ตามเอวหรือพุงลูกบ้าง รับรองได้เลยว่าลูกจะต้องอารมณ์ดีอย่างแน่นอน หรือการเล่นจ๊ะเอ๋ที่พ่อแม่ควรสลับให้ตนเองและลูกเป็นฝ่ายจ๊ะเอ๋ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเด็กวัยนี้จะชื่นชอบการเล่นในลักษณะนี้เป็นอย่างมาก รับรองได้เลยว่าจะช่วยสร้างอารมณ์ขันได้ดีอย่างแน่นอน
  • ทำท่าล้อเลียนการ์ตูนที่ลูกชอบ: ในวัยนี้จะเป็นวัยที่ลูกต้องเรียนรู้ และการดูการ์ตูนจะเป็นการเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง ดังนั้นเมื่อเขาเลียนแบบท่าทางในการ์ตูนจะให้ลูกสนใจ และรู้สึกสนุกไปกับเรา อย่างเช่น การเลียนแบบเป็นตัวการ์ตูนที่ลูกชอบ หรือการเลียนแบบบทสนทนาในการ์ตูน เพื่อให้ลูกได้พูดตามไปด้วย
  • ทำฟองสบู่ให้ลูกเล่น: ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชื่นชอบเป็นอย่างมาก โดยการเป่าฟองสบู่แนะนำว่าควรเล่นในช่วงเวลาที่อาบน้ำ เนื่องจากลูกจะได้เล่นอย่างไม่กลัวเลอะ เพราะเมื่อเราเป่าฟองสบู่ออกไปลูกจะต้องหัวเราะชอบใจ และจิ้มฟองสบู่ให้แตกอย่างแน่นอน

การหากิจกรรมเล่นกับลูกเป็นตัวช่วยเพิ่มอารมณ์ขันให้แก่ลูกน้อยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกได้มากยิ่งขึ้น ช่วยให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่เป็นเพื่อนเล่นที่มีความปลอดภัย และสามารถเล่นได้แบบไม่กลัว เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ลูกมีอารมณ์ขัน และอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา

Related Post

My child often vomits after finishing their milk.

ไขข้อสงสัย ทำไมลูกมักจะอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จไขข้อสงสัย ทำไมลูกมักจะอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จ

เชื่อว่าคุณแม่หลาย ๆ คนจะต้องเจอกับปัญหาลูกน้อยอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จกันอย่างแน่นอน หรือเด็กทารกอายุประมาณ 6 เดือนที่เริ่มรับประทานอาหารเสริมอื่น ๆ บ้างแล้ว เมื่อรับประทานอาหารเสร็จมักจะอาเจียนออกมาในภายหลัง ซึ่งพ่อแม่บางคนอาจจะคิดว่า ที่เด็กอาเจียนออกมาเพราะรับประทานมากเกินไป หรือรับประทานเร็วเกินไป ทำให้สำลักจนอาเจียนออกมาในที่สุด แต่ทั้งนี้ยังมีเหตุผลอีกมากมาย ที่จะทำให้ลูกอาเจียนได้หลังรับประทานอาหารเสริมหรือดื่มนมเข้าไป แต่จะมีเหตุผลใดบ้าง ไปดูกันเลย หาเหตุผลทำไมลูกถึงอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จ ปัญหาในเรื่องของลูกอาเจียนหลังดื่มนม หรือหลังรับประทานอาหารเสริม จะเกิดขึ้นได้บ่อยมากที่สุดกับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน หรือแม้แต่เด็กที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปถึง 1 ปี ซึ่งสาเหตุของการอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จจะมีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้

Diarrhea in infants

พ่อแม่ไม่ควรพลาด อาการท้องเสียของเด็กทารก เกิดจากสาเหตุใด?พ่อแม่ไม่ควรพลาด อาการท้องเสียของเด็กทารก เกิดจากสาเหตุใด?

โดยปกติแล้วเด็กทารกมักจะเกิดอาการท้องเสียอยู่บ้าง แต่อาการท้องเสียในเด็กทารกจะต้องดูให้ดี เพราะบางครั้งเด็กกินนมแม่ก็มักจะถ่ายบ่อย และถ่ายเหลว แต่นั่นจะเป็นอุจจาระเป็นเนื้อดี ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความอันตราย และไม่เรียกว่าเป็นท้องเสียนั่นเอง แต่อาการท้องเสียจะมีอาการเฉพาะที่สามารถดูได้อย่างง่ายดาย แถมยังเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่า อาการท้องเสียของเด็กทารกเป็นอย่างไร และเกิดขึ้นจากสาเหตุใดได้บ้าง อาการท้องเสียคืออะไร อาการท้องเสีย หรืออุจจาระร่วงนั้น จะเป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบขับถ่าย โดยปกติแล้วอาการท้องเสียมักจะถ่ายเป็นน้ำเหลว และบางครั้งอาจจะมีมูกเลือดร่วมด้วย ซึ่งอาการท้องเสียส่วนใหญ่แล้ว มักจะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อทางเดินอาหาร หรือเกิดจากภาวะอาหารเป็นพิษ ที่เรารับประทานอาหารที่มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง แต่อาการท้องเสียในทารกจะต้องสังเกตให้ดี หากปล่อยเอาไว้นานอาจจะก่อให้เกิดความอันตรายได้นั่นเอง ทารกท้องเสีย มีวิธีสังเกตอย่างไรบ้าง สำหรับวิธีดูอาการของเด็กทารกท้องเสียนั้น จะต้องบอกเลยว่ามีวิธีสังเกตได้อย่างง่ายดาย เพราะปกติแล้วหากเด็กทารกท้องเสีย มักจะมีอาการที่ไม่ร่าเริง

How many hours of sleep do infants aged newborn to one year need per day

เด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ควรนอนวันละกี่ชั่วโมง?เด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ควรนอนวันละกี่ชั่วโมง?

หากใครที่เป็นพ่อแม่มือใหม่ รู้หรือไม่ว่าการนอนของเด็กจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะหากพ่อแม่สังเกตจะเห็นได้เลยว่า กิจกรรมส่วนใหญ่ของทารก คือ การนอนนั่นเอง ซึ่งการนอนหลับจะมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และสำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยเป็นอย่างมาก ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องให้ลูกนอนอย่างถูกเวลา และนอนให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้ลูกเติบโตได้อย่างสมวัย และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าเดิม พฤติกรรมการนอนของเด็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม โดยปกติแล้วเด็กวัยทารกมักจะใช้เวลาในการนอนเป็นหลัก และส่วนใหญ่แล้วมักจะนอนในช่วงเวลากลางวัน และตื่นในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งนับเป็นช่วงที่พ่อแม่มือใหม่ต้องเรียนรู้ และปรับตัวมากที่สุด เพราะนอกจากพ่อแม่จะไม่เป็นอันทำงานแล้ว ยังไม่ได้นอนอีกด้วย แต่พ่อแม่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วเด็กทารกในแต่ละเดือน จะมีระยะเวลาในการนอนหลับที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจในเรื่องของพฤติกรรม และระยะเวลานอนของลูกให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกเข้านอนอย่างถูกต้องและเหมาะสม ทำไมเรื่องนอนของเด็กจึงสำคัญมากที่สุด เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการนอนแล้ว จะหมายถึงการพักผ่อนที่ดีที่สุด และการนอนหลับของเด็กทารกจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้น