Paul Mesner Puppets Kids เด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ควรนอนวันละกี่ชั่วโมง?

เด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ควรนอนวันละกี่ชั่วโมง?

หากใครที่เป็นพ่อแม่มือใหม่ รู้หรือไม่ว่าการนอนของเด็กจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะหากพ่อแม่สังเกตจะเห็นได้เลยว่า กิจกรรมส่วนใหญ่ของทารก คือ การนอนนั่นเอง ซึ่งการนอนหลับจะมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และสำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยเป็นอย่างมาก ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องให้ลูกนอนอย่างถูกเวลา และนอนให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้ลูกเติบโตได้อย่างสมวัย และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าเดิม

พฤติกรรมการนอนของเด็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

โดยปกติแล้วเด็กวัยทารกมักจะใช้เวลาในการนอนเป็นหลัก และส่วนใหญ่แล้วมักจะนอนในช่วงเวลากลางวัน และตื่นในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งนับเป็นช่วงที่พ่อแม่มือใหม่ต้องเรียนรู้ และปรับตัวมากที่สุด เพราะนอกจากพ่อแม่จะไม่เป็นอันทำงานแล้ว ยังไม่ได้นอนอีกด้วย แต่พ่อแม่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วเด็กทารกในแต่ละเดือน จะมีระยะเวลาในการนอนหลับที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจในเรื่องของพฤติกรรม และระยะเวลานอนของลูกให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกเข้านอนอย่างถูกต้องและเหมาะสม

ทำไมเรื่องนอนของเด็กจึงสำคัญมากที่สุด

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการนอนแล้ว จะหมายถึงการพักผ่อนที่ดีที่สุด และการนอนหลับของเด็กทารกจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีผลต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กแล้ว ยังส่งผลไปถึงอารมณ์และสติปัญญาของเด็กด้วยเช่นกัน โดยจากผลการศึกษาได้พบว่า ฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะหลั่งออกมาในช่วงเวลากลางคืน และในขณะเดียวกันหากเด็กนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลในด้านอารมณ์ที่จะทำให้หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว หรืองอแงมากขึ้น

เด็กทารกถึง 1 ปี ควรนอนอย่างไรให้เหมาะสม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า การนอนของเด็กแต่ละช่วงวัยล้วนมีระยะเวลาในการนอนที่แตกต่างกันออกไปทั้งสิ้น ดังนั้นพ่อแม่มือใหม่มาดูกันเลยว่า เด็กในวัยทารกถึง 1 ปี ควรมีระยะเวลาในการนอนอย่างไรให้เหมาะสม

  • ทารกวัย 1-2 เดือน: ควรนอน 15-16 ชั่วโมงต่อวัน โดยการแบ่งเป็นช่วงกลางวัน 7-8 ชั่วโมง และกลางคืน 8-9 ชั่วโมง
  • ทารกวัย 3-5 เดือน: ควรนอน 15 ชั่วโมงต่อวัน โดยแบ่งเป็นช่วงกลางวัน 5-6 ชั่วโมง และกลางคืน 9-10 ชั่วโมง
  • ทารกวัย 6-8 เดือน: ควรนอน 14-15 ชั่วโมงต่อวัน โดยแบ่งเป็นช่วงกลางวัน 3-4 ชั่วโมง และกลางคืน 10-11 ชั่วโมง
  • ทารกวัย 9-11 เดือน: ควรนอน 14 ชั่วโมงต่อวัน โดยแบ่งเป็นช่วงกลางวัน 3 ชั่วโมง และกลางคืน 11 ชั่วโมง
  • เด็กวัย 1-1.5 ปี: ควรนอนให้ครบ 13-14 ชั่วโมงต่อวัน โดยแบ่งเป็นช่วงกลางวัน 2-3 ชั่วโมง และกลางคืน 11-12 ชั่วโมง

พ่อแม่ทุกคนจะเห็นได้เลยว่า ในช่วงวัยทารกส่วนใหญ่แล้วจะแบ่งเวลานอนในช่วงกลางวันและกลางคืนไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก แต่เมื่อลูกมีอายุ 1 ปี จะเริ่มปรับเวลานอนในตอนกลางคืนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ในช่วงเวลากลางวันมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องปรับเวลานอนของลูกอย่างถูกต้อง และเหมาะสม

Related Post

Learn about the development of one-year-olds.

เรียนรู้พัฒนาการของเด็กวัย 1 ขวบ ควรมีพัฒนาการในด้านใดบ้าง?เรียนรู้พัฒนาการของเด็กวัย 1 ขวบ ควรมีพัฒนาการในด้านใดบ้าง?

ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ในช่วงเวลา 0-3 ขวบของเด็กทุก ๆ คน จะถือเป็นรากฐานที่สำคัญของสุขภาพ และพัฒนาการต่าง ๆ ตลอดชีวิตของลูกเลยก็ว่าได้ เพราะในช่วงวัยนี้จะเป็นช่วงเวลาของการเจริญเติบโต และการเปลี่ยนแปลงในด้านพัฒนาการอย่างมากมาย ดังนั้นเด็กในวัยนี้ควรเรียนรู้ และฝึกฝนพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด พ่อแม่ควรหาสิ่งช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม ของเล่นเสริมพัฒนาการ ตัวช่วยที่ดีที่สุด หลาย ๆ คนอาจจะมองว่า การเล่นของเล่นไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก แต่รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันมีของเล่นเสริมพัฒนาการให้เลือกใช้งานอยู่มากมาย นอกจากของเล่นเหล่านี้จะให้ความสนุกสนาน และความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ และช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ

Teach your children how to say no.

สอนให้ลูกรู้จัก “ปฏิเสธ” ตั้งแต่วัยเด็ก มีความสำคัญอย่างมากสอนให้ลูกรู้จัก “ปฏิเสธ” ตั้งแต่วัยเด็ก มีความสำคัญอย่างมาก

พ่อแม่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า การสอนลูกให้รู้จักปฏิเสธตั้งแต่วัยเด็ก จะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะต้องยอมรับเลยว่า คนไทยส่วนใหญู่ถูกสอนมาให้เกรงใจผู้อื่นจนติดเป็นนิสัย และด้วยความเกรงใจมากเกินไปนั้น จนทำให้หลาย ๆ คนปฏิเสธผู้อื่นไม่เป็น แต่การปฏิเสธนอกจากจะช่วยป้องกันตัวเองจากบุคคลอื่น ๆ แล้ว ยังทำให้ลูกได้รู้ว่า บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่เรื่องของเรา หรือเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ เราสามารถปฏิเสธผู้อื่นได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด ดังนั้นการสอนลูกให้รู้จักปฏิเสธ จึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนไม่ควรมองข้าม สอนลูกให้รู้จักปฏิเสธ ช่วยป้องกันอันตรายได้ การที่เราสอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธนั้น จะเป็นตัวช่วยป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวลูกได้เป็นอย่างดี เพราะหากในกรณีที่ลูกกำลังตกอยู่ในความอันตราย การที่เราสอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธ และการปัดออก หรือปัดป้องการสัมผัสร่างกาย จะถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันอันตรายได้ดีที่สุด และเด็กควรได้รู้ว่าไม่ควรมีใครการสัมผัสตัวเองได้ โดยที่เขาไม่เต็มใจ หรือการโดยทำร้ายโดยที่เราไม่อนุญาต

My child often vomits after finishing their milk.

ไขข้อสงสัย ทำไมลูกมักจะอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จไขข้อสงสัย ทำไมลูกมักจะอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จ

เชื่อว่าคุณแม่หลาย ๆ คนจะต้องเจอกับปัญหาลูกน้อยอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จกันอย่างแน่นอน หรือเด็กทารกอายุประมาณ 6 เดือนที่เริ่มรับประทานอาหารเสริมอื่น ๆ บ้างแล้ว เมื่อรับประทานอาหารเสร็จมักจะอาเจียนออกมาในภายหลัง ซึ่งพ่อแม่บางคนอาจจะคิดว่า ที่เด็กอาเจียนออกมาเพราะรับประทานมากเกินไป หรือรับประทานเร็วเกินไป ทำให้สำลักจนอาเจียนออกมาในที่สุด แต่ทั้งนี้ยังมีเหตุผลอีกมากมาย ที่จะทำให้ลูกอาเจียนได้หลังรับประทานอาหารเสริมหรือดื่มนมเข้าไป แต่จะมีเหตุผลใดบ้าง ไปดูกันเลย หาเหตุผลทำไมลูกถึงอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จ ปัญหาในเรื่องของลูกอาเจียนหลังดื่มนม หรือหลังรับประทานอาหารเสริม จะเกิดขึ้นได้บ่อยมากที่สุดกับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน หรือแม้แต่เด็กที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปถึง 1 ปี ซึ่งสาเหตุของการอาเจียนหลังดื่มนมเสร็จจะมีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้