Paul Mesner Puppets Kids สอนให้ลูกรู้จัก “ปฏิเสธ” ตั้งแต่วัยเด็ก มีความสำคัญอย่างมาก

สอนให้ลูกรู้จัก “ปฏิเสธ” ตั้งแต่วัยเด็ก มีความสำคัญอย่างมาก

พ่อแม่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า การสอนลูกให้รู้จักปฏิเสธตั้งแต่วัยเด็ก จะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะต้องยอมรับเลยว่า คนไทยส่วนใหญู่ถูกสอนมาให้เกรงใจผู้อื่นจนติดเป็นนิสัย และด้วยความเกรงใจมากเกินไปนั้น จนทำให้หลาย ๆ คนปฏิเสธผู้อื่นไม่เป็น แต่การปฏิเสธนอกจากจะช่วยป้องกันตัวเองจากบุคคลอื่น ๆ แล้ว ยังทำให้ลูกได้รู้ว่า บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่เรื่องของเรา หรือเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ เราสามารถปฏิเสธผู้อื่นได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด ดังนั้นการสอนลูกให้รู้จักปฏิเสธ จึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

สอนลูกให้รู้จักปฏิเสธ ช่วยป้องกันอันตรายได้

การที่เราสอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธนั้น จะเป็นตัวช่วยป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวลูกได้เป็นอย่างดี เพราะหากในกรณีที่ลูกกำลังตกอยู่ในความอันตราย การที่เราสอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธ และการปัดออก หรือปัดป้องการสัมผัสร่างกาย จะถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันอันตรายได้ดีที่สุด และเด็กควรได้รู้ว่าไม่ควรมีใครการสัมผัสตัวเองได้ โดยที่เขาไม่เต็มใจ หรือการโดยทำร้ายโดยที่เราไม่อนุญาต หรือไม่สบายใจ เป็นต้น

สอนลูกให้รู้จักปฏิเสธ ควรสอนอย่างไรบ้าง

โดยปกติแล้วเด็กแต่ละคนจะมีความสามารถในการพูดที่แตกต่างกันออกไป ด้วยพื้นฐานของนิสัยตัวเด็กเอง แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าลูกของเราจะกล้าพูดหรือไม่กล้า ก็ควรสอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธ และนำการปฏิเสธนั้นไปใช้ให้ถูกทาง ดังนั้นพ่อแม่สามารถสอนลูก ๆ ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าทำไมถึงต้องปฏิเสธ: หากเราจะสอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธแล้ว เราจำเป็นต้องสอนให้ลูกเข้าใจก่อนว่า ทำไมเราจึงต้องปฏิเสธ เพราะการปฏิเสธไม่ได้มีเพียงแค่เราที่ทำได้คนเดียว แต่การถูกปฏิเสธจะต้องมีเหตุและผลมากเพียงพอ ไม่ใช่เพียงการปฏิเสธจากอารมณ์ หรือความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น
  • จำลองสถานการณ์: ด้วยความที่เด็กยังไม่เคยเจอกับเหตุการณ์จริง ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ไปพร้อมกับการอธิบาย เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น
  • รับฟังความคิดเห็นของเด็ก: การรับฟังความคิดเห็นของเด็ก จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้พ่อแม่เข้าใจเด็กได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเราสามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างของเราด้วยวิธีที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย และสอนให้ลูกคิดในเชิงบวก

การเรียนรู้ของเด็กจะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ดังนั้นพ่อแม่ควรสอนให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งการปฏิเสธ และการถูกปฏิเสธด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะถือเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ เพียงแต่จะต้องมีเหตุผลที่มากเพียงพอ 

Related Post

Take your child to see a psychiatrist.

พาลูกไปพบจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องแปลก!พาลูกไปพบจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องแปลก!

ต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบันมีคนไปพบจิตแพทย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งการพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป และไม่จำเป็นจะต้องพบจิตแพทย์เฉพาะในวัยผู้ใหญ่อย่างเดียวเท่านั้น แต่เด็กเล็กก็สามารถพบจิตแพทย์ได้ โดยที่พ่อแม่จำเป็นต้องสังเกตพฤติกรรมของลูก รวมทั้งปัญหาหรือเรื่องของความผิดปกติพัฒนาการต่าง ๆ การเข้าสังคม หรือความผิดปกติด้านอื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้หากมีความผิดปกติ พ่อแม่สามารถพาลูกไปพบจิตแพทย์ได้ทั้งสิ้น สังเกตพฤติกรรมของลูกให้ดี เพื่อมองหาความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว จิตแพทย์สำหรับเด็กจะถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เนื่องจากปัญหาที่พบได้ในวัยเด็กนั้น จะมีความแตกต่างกับผู้ใหญ่ อีกทั้งเด็กยังมีข้อจำกัดในเรื่องของความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และข้อจำกัดในเรื่องของการสื่อสารด้วยเช่นกัน ดังนั้นการพาลูกไปพบจิตแพทย์จึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้หน้าที่ของพ่อแม่ก่อนพาลูกไปพบจิตแพทย์ คือ คอยสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิม หรือความแตกต่างของลูก ว่ามีความแตกต่างจากเด็กในวัยเดียวกันหรือไม่ หากพ่อแม่สามารถสังเกตได้อย่างรวดเร็ว ลูกจะสามารถเข้ารับการรักษาได้ทัน และไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรพาลูกไปหาจิตแพทย์

What activities help children sleep soundly

ทำกิจกรรมอะไรช่วยให้เด็กนอนหลับสบาย ไม่ตื่นกลางดึกทำกิจกรรมอะไรช่วยให้เด็กนอนหลับสบาย ไม่ตื่นกลางดึก

การทำกิจกรรมก่อนนอนของแต่ละบ้านล้วนแตกต่างกันออกไป บางบ้านอาจจะทำกิจกรรมด้วยการเล่นของเล่นกับลูก บางบ้านอาจจะเล่านิทาน หรือบางบ้านอาจจะพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้ลูกได้ผ่อนคลายและหลับสบายขึ้นกว่าเดิม แต่พ่อแม่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า จะมีกิจกรรมบางอย่างที่จะเป็นส่วนช่วยให้ลูกนอนหลับสบายได้มากกว่าเดิม แถมยังทำให้นอนหลับได้นาน ไม่ตื่นกลางดึกอีกด้วย แต่จะมีกิจกรรมอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย ทำไมการนอนของเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญ พ่อแม่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า การนอนของเด็กจะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะการนอนจะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด และเมื่อเรานอนหลับ ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือระบบบางอย่างจะได้เริ่มทำงาน อย่างเช่น ในช่วงเวลาที่นอนหลับ สมองของเราจะทำงานด้วยการเปลี่ยนความทรงจำระยะสั้น เป็นความทรงจำระยะยาว หรือแม้แต่การหลั่งฮอร์โมนบางชนิดที่ร่างกายจะกระตุ้นให้มีการหลั่งในช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น นอกจากนี้การนอนหลับในเด็กยังมีผลต่อการเจริญเติบโต และระบบการทำงานในด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

How many hours of sleep do infants aged newborn to one year need per day

เด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ควรนอนวันละกี่ชั่วโมง?เด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ควรนอนวันละกี่ชั่วโมง?

หากใครที่เป็นพ่อแม่มือใหม่ รู้หรือไม่ว่าการนอนของเด็กจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะหากพ่อแม่สังเกตจะเห็นได้เลยว่า กิจกรรมส่วนใหญ่ของทารก คือ การนอนนั่นเอง ซึ่งการนอนหลับจะมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และสำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยเป็นอย่างมาก ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องให้ลูกนอนอย่างถูกเวลา และนอนให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้ลูกเติบโตได้อย่างสมวัย และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าเดิม พฤติกรรมการนอนของเด็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม โดยปกติแล้วเด็กวัยทารกมักจะใช้เวลาในการนอนเป็นหลัก และส่วนใหญ่แล้วมักจะนอนในช่วงเวลากลางวัน และตื่นในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งนับเป็นช่วงที่พ่อแม่มือใหม่ต้องเรียนรู้ และปรับตัวมากที่สุด เพราะนอกจากพ่อแม่จะไม่เป็นอันทำงานแล้ว ยังไม่ได้นอนอีกด้วย แต่พ่อแม่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วเด็กทารกในแต่ละเดือน จะมีระยะเวลาในการนอนหลับที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจในเรื่องของพฤติกรรม และระยะเวลานอนของลูกให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกเข้านอนอย่างถูกต้องและเหมาะสม ทำไมเรื่องนอนของเด็กจึงสำคัญมากที่สุด เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการนอนแล้ว จะหมายถึงการพักผ่อนที่ดีที่สุด และการนอนหลับของเด็กทารกจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้น